วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แฮมสเตอร์มีประจำเดือนจริงหรือ? ไขข้อข้องใจให้กับใครหลายๆคน

วันนี้จะมาพูดถึงประเด็นที่หลายๆท่านกำลังสงสัย และมีข้อถกเถียงมากมาย
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ได้พาเด็กๆที่บ้านไปหาหมอเพื่อตรวจดูอาการ หลังตรวจเสร็จก็ได้ถามหมอเกี่ยวกับข้อสงสัย

เรา : "คุณหมอค่ะ แฮมสเตอร์ มีประจำเดือนด้วยหรอ" (ในใจก็คือรู้อยู่แล้วว่าไม่มี แต่เวลาใครมาถามพอบอกก็ไม่เชื่อกัน)

คุณหมอ : "ยิ้มแล้วก็ขำ พร้อมตอบ ไม่มีครับ ทำไมหรือ"

เรา : "พอดีมีคนมาถามและบอกว่าแฮมสเตอร์มีประจำเดือน เคยเห็นแฮมสเตอร์เลือดออกบริเวณอวัยวะเพศแล้วเลีย แต่โดยส่วนตัวที่เลี้ยงมาไม่เคยเจอ"

คุณหมอ : "แฮมสเตอร์ไม่มีประจำเดือน การที่มีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศ อาจเป็นโรคที่เกิดภายในมดลูก ต้องพามาตรวจ หมอเคยเจอเคสหนึ่งแฮมสเตอร์มีเลือดออกจากอวัยวะเพศ และเจ้าของพามาหาหมอ ปรากฎว่าเป็นมะเร็งมดลูก ต้องรักษากันยาว"

เรา : "ขอบคุณค่ะ มีหลายคนสงสัยเลยมาถาม"

และก่อนออกจากห้องตรวจก็มีการอธิบายสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกจากอวัยวะเพศ

และคุณหมอก็ย้ำมาว่า "ถ้ามีใครมาถามลองถามเขาไปว่า หลังจากมีเลือดออกแฮมสเตอร์สามารถท้องต่อได้หรือไม่ ถ้าไม่แสดงว่าเกิดการอักเสบของมดลูก หรือเป็นมะเร็งมดลูกก็เป็นได้"

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สารอาหารที่แฮมสเตอร์...ควรได้รับ

     วันนี้เรามาพูดถึงความต้องการสารอาหาร...ของแฮมสเตอร์ การที่เราให้อาหารจำเจ หรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์ ทุกๆวัน บางครั้งเราไม่เห็นผลทันตา แต่มันจะเกิดการสะสมไปเรื่อยๆ จนถึงจุดๆหนึ่งที่แฮมสเตอร์แสดงออกมาว่า เขาป่วย การที่เราให้อาหารกับเขา เขาไม่สามารถบอกเราได้ว่า อันนี้เขากินไม่ได้ไม่ใช่อาหารของเขา แต่ที่เขากินเพราะเขาเลือกไม่ได้ ถ้าเขาไม่กินสิ่งที่เราให้ เขาก็ต้องอดตาย
     ดังนั้น ในเมื่อเราเลี้ยงเขาแล้ว เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา เลือกอาหารที่เป็นประโยชน์ และเป็นอาหารของเขา เพื่อที่จะให้เขาอยู่กับเราไปนานๆ
     สารอาหารที่จะพูดถึงวันนี้ ไม่จำเป็นจะต้องให้เป๊ะๆตามนี้ แต่ก็ควรที่จะรู้ไว้ว่าร่างกายของแฮมสเตอร์ เขาสามารถรับสารอาหารแต่ละประเภทในปริมาณเท่าใด

ปริมาณน้ำที่ดื่ม
     แฮมสเตอร์ใหญ่ เพศผู้ 15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 100 กรัม/วัน   เพศเมีย 14 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 100 กรัม/วัน
     แฮมสเตอร์แคระ เพศผู้ 11.4 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 100 กรัม/วัน   เพศเมีย 12.9 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 100 กรัม/วัน

ไขมัน
     ปริมาณที่ควรได้รับประมาณ 3.1-5.0%ต่อปริมาณอาหารที่ได้รับใน 1 วัน ถ้าเกินกว่านี้จะทำให้แฮมสเตอร์อายุสั้น แต่ห้ามให้อาหารปลอดไขมัน เพราะแฮมสเตอร์ต้องการวิตามินที่ละลายในไขมัน

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"เตรียมตัวอย่างไร?" เมื่อแฮมสเตอร์ท้อง....

     มีหลายๆคนคงเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ วันดีคืนดีก็มีเจลี่แบร์แดงๆ ออกมานอนอยู่ในกรงแฮมสเตอร์ของเรา และก็จะเกิดคำถามขึ้นว่า ท้องเมื่อไหร่? ท้องตอนไหน? ดูยังไงว่าท้อง? อ้าวคลอดแล้วเราต้องทำอะไรบ้าง? ต้องเปลี่ยนที่อยู่ให้เขาไหม? แบรๆๆ และคำถามอีกมากมาย งั้นวันนี้เราก็มารู้จักวิธีสังเกตว่าแฮมสเตอร์ของเรานั้นม้องหรือเปล่า และถ้าท้องแน่ๆแล้วเราต้องทำอย่างไรบ้าง

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ธรรมชาติและปัญหาของแฮมสเตอร์

    หลายๆท่านคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งเมื่อเราเลี้ยงแฮมสเตอร์ก็นำความกังวลมาสู่เรานอกเหนือจากความน่ารักน่าชัง แต่ความกังวัลที่มีมานั้นหากว่าเรารู้และมีแนวทางแก้ไข สิ่งเหล่านี้ย่อมคลายกังวลไปได้อย่างมาก ซึ่งความกังวลเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็จะมาจากเรื่องต่อไปนี้

การกินพวกเดียวกัน
     หลายๆครั้งที่แฮมสเตอร์ตัวแม่ได้ให้กำเนิดลูกน้อยออกมา และในเวลาไม่นานลูกน้อยบางตัวก็จะถูกแม่กินไป การที่แฮมสเตอร์กินลูกตัวเองนั้น เกิดจากหลายๆสาเหตุ เช่น แม่หนูยังเด็กเกินไป ไม่พร้อมที่จะมีลูก เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึ่งส่วนใหญ่จะพบบ่อยในแม่หนูแฮมสเตอร์ที่อายุน้อยกว่า 4 เดือน บางที่อาจตั้งท้องมาจากร้านขาย และยังมีเหตุผลอื่นๆที่ทำให้แม่หนูกินลูก เช่น ลูกที่ออกมาไม่แข็งแรง พิการ มีลูกมากเกินไป และโดนรบกวนโดยเจ้าของ หรือสัตว์อื่น มีกลิ่นคนติดลูก การที่แม่หนูทำลายลูกตัวเองก็เพราะความปลอดภัย ดังนั้นเราควรปล่อยเค้าให้อยู่เงียบๆ ไม่ต้องไปคอยส่องคอยดู เรามีหน้าที่ให้อาหารให้น้ำ และเมื่อลูกหนูโตได้สัก 2 สัปดาห์ เราค่อยไปสำรวจว่าเค้าเป็นอย่างไร ที่เค้าอยู่สกปรกมั้ย ค่อยๆเปลี่ยนทำความสะอาด แต่ย้ำว่าให้ลูกหนูมีอายุ 2 สัปดาห์ขึ้นไปนะค่ะ ถึงค่อยไปยุ่งกับเค้า

การทอดทิ้งลูกของแม่แฮมสเตอร์
     หลายๆคนเมื่อแม่หนูคลอดลูก ก็จะเริ่มมีคำถามเข้ามา ทำไมแม่หนูถึงไม่เลี้ยงลูกล่ะ ทำไมแม่หนูถึงชอบไปนอนคนละมุมกับลูก ...แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่ตื่นตัวตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาที่เค้าท้อง แต่เขาก็จะหมั่นเข้ารังไปดูลูกน้อยเค้าอยู่เสมอ แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราพบว่าแม่หนูทอดทิ้งลูกไปเลย เช่นไปทำรังและอาศัยอยู่อีกที่ไปเลย และไม่กลับมาดูแลลูกต่อ อย่างน้อย 1 วัน เราอาจจะต้องหาแม่บุญธรรมให้ลูกหนูใหม่ แต่ถ้าเราปล่อยลูกหนูไว้กับแม่อีกวัน แล้วพบว่าลูกน้อยยังมีชีวิตรอด แสดงว่าแม่หนูเค้าจะเข้ามาเลี้ยงในขณะที่เราไม่ไปยุ่งกับเค้า และด้วยเหตุนี้ เราจึงควรปล่อยแม่หนูที่กำลังเลี้ยงอ่อนๆไว้ในที่เงียบสงบ ไม่สิ่งรบกวน และปลอดภัย

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"ยา...ต้องห้าม" สำหรับแฮมสเตอร์

     เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย "ยา" เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาให้อาการเจ็บป่วยหายได้ แต่ยาบางชนิดเป็นอันตราย และเป็นยาต้องห้ามสำหรับแฮมสเตอร์ เพราะยาปฏิชีวนะบางตัวเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง หรืออาจเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้ จึงไม่ควรนำมาใช้กับแฮมสเตอร์อย่างเด็ดขาด

ยาปฏิชีวนะที่เป็นอันตรายต่อแฮมสเตอร์มีดังนี้
- Amoxycillin (ตัวนี้จะอยู่ในยาแก้อักเสบ ตัวนี้ผู้เขียนเองก็แพ้)
- Ampicillin
- Carbenicillin
- Cefoxitin
- Cephalexin
- Chloramphenicol
- Clindamycin
- Dihydrostreptomycin
- Erythromycin
- Gentamicin
- Lincomycin
- Penicillin
- Streptomycin
- Tetracyline
- Vancomycin
(ตัวยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อต่างๆ)